บทประพันธ์ในเงา – บทที่ 1 การพบพานอันน่าฉงน

หลังจากย้ายเข้าไปอยู่ในอพาร์ทเม้นใหม่ของผม ผมตัดสินใจแกะข้าวของของผมออกจากกล่องและ
เดินไปรอบ ๆ อพาร์ทเม้นใหม่นี่ ผมมองดูเฟอนิเจอร์ต่าง ๆ มันเยี่ยมมาก เหมือนอย่างที่ผมฝันมานาน ทีวี HD
42 นิ้ว ที่ติดอยู่บนพนังนั่น แล้วก็รูปคู่ระหว่างผมกับคนในวงการ ดาราคนนั้นคนนี้ ใส่กรอบเล็ก ๆ ประดับไว้
อย่างมีสไตล์ ไม่ว่าจะเป็น อั้ม พัชราภา หรือนุ่นวรนุช บรรดาผู้กํากับ ต่าง ๆ รวมถึงรูปที่ผมขึ้นไปรับรางวัลต่าง

“พรุ่งนี้บรีฟงานใหม่ น่าสงสัยจริง ๆ ว่าจะเจอใคร…เราน่าจะทําอย่างที่เคยแหละ ยิ้ม สุภาพและทักทาย” มัน
ตื่นเต้นเสมอที่ผมต้องบรีฟงานใหม่ ดาราใหม่ ๆ
ผมเป็นคนเขียนบทครับ ใช่ครับ…บทประพันธ์ต่าง ๆ ต่างจากบทดัดแปลงตรงที่ ผมจะแต่งโครงเรื่อง
เพื่อเสนอ จากนั้นก็แคสติ้งเอง เพื่อให้ดาราที่เล่นเป็นตัวละครของผม เป็นธรรมชาติที่สุด แล้วค่อยลง
รายละเอียดบท การทํางานแบบนี้ทําให้ผมได้รับรางวัลมากมายในช่วง ปีที่ผ่านมา และวันพรุ่งนี้เป็นอีกงานนึงที่
ผมจะต้องไปรับบรีฟ ช่วงนี้งานผมค่อนข้างชุกจากผลงานในปีที่ผ่านมา มันจึงไม่ใช่แค่ละครเรื่องเดียวที่ผมต้องทํา

เ ช้ า วั น รุ่ ง ขึ้ น ผ ม เ ดิ น ท า ง ไ ป
สํานักงาน เพื่อบรีฟงาน ผมมาแต่เช้าตรู่ ผม
เปิดประตูห้องประชุมเข้าไป เจอะเข้ากับสาว
น้อยร่างเล็กกระทัดรัด เธอยิ้มมาให้ผม มัน
จะเป็นใครอื่นไปไม่ได้นอกจากดาราระดับ
แม่เหล็กของสังกัดนี้ “แต้ว ณฐพร” เธอใส่
กางเกงขาสั้นสบาย ๆ และเสื้อยื้ดขาว คลุม
ด้วยเสื้อยีนแขนยาว เธอสวมแว่นกันแดดสี
ดําอันโต ผมเหมือนโดนชก งุนงง

เธอชะเง้อหน้าเข้าหาผมอย่างสงสัย
“คุณคงเป็นคนเขียนบทมือรางวัลสินะคะ….แต้วได้ยินเกี่ยวกับคุณมาตั้งเยอะ การทํางานแปลก ๆ น่ะ แต้ว ณฐ
พรนะคะ หวังว่าเราคงได้ร่วมงานกันนะ” เธอรัวคําถามเป็นชุดใส่ผมที่ยังค้างอิริยาบทงง ๆ อยุ่
“เอ่อ…ครับ ผมรู้จักคุณอยู่แล้ว ยินดีที่ได้พบนะครับ” ผมละล่ําละลักออกมา
“จะเข้ามามั๊ยคะ?” เธอตามเสียงหวาน
“น่ะ…แน่นอนครับ” ผมตอบตะกุกตะกัก
ผมเดินเข้ามาพร้อมกับเธอ นั่งลงบนเก้าอี้ตัวหนึ่งในห้องประชุมอันโอ่อ่า เธอเดินไปนั่งลงตรงข้ามผม
บรรยากาศเงียบ แต่มันไม่ได้น่าอึดอัดหรอก ก็มีสาวน่ารักมานั่งตรงหน้านี่นา แต่ผมก็คิดว่า ผมควรทําลายความ
เงียบนี่ล่ะนะ
“ขอโทษนะครับ ถ้าผมจะบอกตรง ๆ ว่า คุณแต้วอาจไม่ได้งานของผมนะ” ผมดันสร้างบทสนทนาชวนเครียดไป
ซะได้ แต่อย่างว่า ถ้าผมพูดกับคนเก่ง คงไม่มานั่นอยู่หน้ากระดาษแล้วเขียนบทหรอก
“ไม่เป็นไรค่ะ” เธอตอบเสียงหยั่งกะนางฟ้าเลย “คุณไม่จําเป็นต้องขอโทษแต้วนะ จริง ๆ แต้วประหลาดใจนะที่
คุณพูดตรง ๆ แบบนี้ ยังไงแต้วก็เป็นแฟนละครคุณนะ” เธอตบท้ายด้วยยิ้มหวาน
“ขอบคุณครับ ผมอยากเขียนตัวละครที่ได้แรงบรรดาลใจจากคุณเหมือนกันนะ คุณดูมีเสน่ห์ อาจเป็นแรงจูงใจ
หลักสําหรับผมในการเขียนเรื่องต่อไปก็ได้” ผมพูดอย่างเปิดใจ
“ว้าว…จริงเหรอคะ ว่าแต่คุณเกิดปีอะไรคะ?” เสียงเธอดูประหลาดใจจริง ๆ นะนั่น
“2530 ครับ” ผมตอบเสียงเรียบ

“อ่า…คุณแก่กว่าแต้ว แต้วควรเรียกคุณว่าพี่เนาะ” เธอพูดเสียงอ้อน
“ไม่จําเป็นหรอกครับ….เราน่าจะอายุใกล้ ๆ กันแหละ จริง ๆ คุณต้องเป็นรุ่นพี่ในวงการด้วยนะ” ผมตอบเสียง
ร่าเริง
“โอย….ทําไมดูแก่ขนาดนั้นเนี่ย” เธอทําเสียงอ่อย
ผมกับเธอหัวเราะลั่นห้อง นี่คงเช้าไปสําหรับการประชุมล่ะมั้ง ทําไมใครไม่มากันเลยล่ะเนี่ย
“คุณมีดาราในดวงใจมั๊ย? เอาแบบว่าดาราที่เป็นแรงบรรดาลใจเขียนเรื่องล่าสุดน่ะ” เธอชวนคุยต่อ
“เรื่องล่าสุดของผมคงเป็น น้องเก้า สุภัสสรา น่ะครับ ผมไปเจอเธอในงานอีเว้นหนึ่ง เห็นคาแรคเตอร์น่ารักดี
เลยจับมาเป็นตัวละครน่ะครับ แต่อย่างที่รู้กัน ว่าการทํางานของผมน่ะปรับเปลี่ยนได้ในรายละเอียด มันเป็นไป
ได้ทุกด้านแหละครับ” ผมอธิบายยาว
“อ๋อ..ค่ะ จริง ๆ แต้วไม่ได้มาแคสงานคุณหรอกค่ะ…แต้วมาแคสอีกงานนึง นี่ก็ใกล้ได้เวลานัดแล้วล่ะ เดี๋ยวแต้ว
ไปห้องประชุมก่อนนะคะ” เธอยิ้มแล้วลุกเดินไปที่ประตู
“ขอบคุณที่อุตส่าห์มาคุยเป็นเพื่อนนะครับ วันนึงเราคงได้ร่วมงานกัน” ผมยิ้มตอบแล้วมองตามเธอไปที่ประตู
เธอแง้มประตูแล้วหันมา มองผม “เรียกว่า แต้ว เฉย ๆ ก็ได้นะคะ ไม่ต้องมีคุณนําหน้าหรอก” เธอยิ้มส่งท้าย
ก่อนผมจะตอบอะไร เธอก็ออกประตูไปแล้ว
การประชุมเริ่มขึ้น ผมยังไม่เห็นดาราที่จะมารับบท กลายเป็นว่าวันนี้เป็นการประชุมปรับแก้โครงเรื่อง เรื่อง
ดาราคงต้องรอไปก่อนผมคิดแบบนั้น เวลาผ่านไปยาวนาน จนได้บทสรุป

้ตัวอีกทีผมก็มาโผล่อยู่ร้านกาแฟหน้าบริษัทซะแล้ว…กาแฟเข้ม ๆ ซักแก้วคงลดความตึงแถว ๆ หน้าผากผมได้
ล่ะมั้ง
ผมพาลนึกถึงบ้านใหม่ ผมบอกตัวเองเสมอว่าชีวิตต้องดีกว่านี้ แหม่ พอคิดถึงบ้านใหม่แล้ว มันก็หยั่งกะฝันไป
แน่ะ ความคิดผมสะดุดลง
ผมโดนตีไหล่อย่างแรง ผมสะดุ้งแล้วหันไปที่คนตีด้านหลัง ผมเห็นคนที่ยืนยิ้มด้านหลังผม ผมงงเล็กน้อย เธออยู่
ในชุดนักศึกษา หัวใจของผมเหมือนหลุดจากการควบคุม ผมแพ้ชุดนักศึกษา มีใครไม่แพ้บ้างล่ะครับ ผม
พยายามสงบใจลง

“สวัสดีครับ…ผม….คือ” ผมพูดอะไรไม่รู้เรื่อง
“ค่ะ…เราเคยเจอกันแล้ว ที่งานอีเว้นค่ะ หนูเก้าค่ะ ได้ยินจากพี่แต้วว่า ตัวละครเรื่องล่าสุดเอาหนูเป็นต้นแบบ
จริงรึเปล่าคะ?” เธอถามเสียงสดใส
“อ่า….ใช่ครับ คุณดูมีพลังมาก ดูสดใสดีน่ะครับ” ผมพูดเสียงเหมือนออกไปไม่หมดมันคาอยู่แถว ๆ คอหอยเนี่ย

“ขอบคุณนะคะ…หนูภูมิใจมากเลย หนูนั่งด้วยได้รึเปล่า?” เธอถาม
“แน่นอนครับ” ผมตอบทันควัน
ผมมองหน้าตาอันสดใสของเธอแล้วเอ่ยถาม “ดื่มอะไรดีครับ?” ผมถาม
“บลูโคลาโค่แล้วกันค่ะ” เธอตอบพลางมองไปที่เมนู
“ครับ” ผมรับคําแล้วหันไปสั่งเมนูที่ว่าให้กับเธอ
ใครจะรู้ล่ะครับ….ว่าหลังจากวันนี้ ชีวิตของผม จะเปลี่ยนไป มันจะเปลี่ยนไป แบบที่ไม่เคยมีใครคาดคิดมา
ก่อน
โปรดติดตามตอนต่อไป…….